icon telephoneCall Center02-141-9790
ค้นหา
icon switch languageภาษา
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
icon line icon youtube icon tiktok icon messenger
banner_list
  • Content%20Facebook%2026Jan2026_%E0%B8%81%E0%B9%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%81%20700%20x%20700

ก๊าซเรือนกระจก มีผลต่อคุณมากกว่าที่คิด

27 ม.ค. 69



                             ก๊าซเรือนกระจก มีความสำคัญต่อโลกและเราอย่างมาก หากไม่มีก๊าซเรือนกระจก เพื่อช่วยรักษาระดับอุณหภูมิของโลก โลกจะหนาวเย็นจนสิ่งมีชีวิตอยู่อาศัยไม่ได้ ในทางกลับกัน หากมีก๊าซเรือนกระจกมากเกินไป ก็เป็นสาเหตุให้อุณหภูมิสูงขึ้นถึงระดับที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและนำไปสู่การเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกได้ ส่งผลให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้ว (พายุ น้ำท่วม ภัยแล้ง) ทำลายระบบนิเวศ เสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพแย่ลง และเศรษฐกิจเสียหายหนักทั่วโลก

                             เช่นในช่วงเดือน ก.ค. 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักจาก “พายุวิภา” ส่งผลให้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในหลายอำเภอของจังหวัดน่าน และจากการประเมินความเสียหายของหอการค้าจังหวัดน่าน พบว่า ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วมครั้งนี้คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท และเมื่อรวมความเสียหายด้านเกษตรกรรม ที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภค และค่าเสียโอกาสในการดำเนินธุรกิจ มูลค่าความเสียหายรวมอาจสูงถึง 5,000 ล้านบาท

                             จากปรากฏการณ์เรือนกระจกและผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้หลาย ๆ องค์กรทั่วโลกและประเทศไทยต่างตื่นตัวกับการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อหาวิธีแก้ไข ป้องกัน รักษาโลกใบนี้ให้กลับมาน่าอยู่เหมือนเดิม

                             TGO จึงได้ขับเคลื่อนการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกในระดับต่าง ๆ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วน อาทิเช่น

                             ระดับเมือง: ขับเคลื่อนการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกระดับเมืองและเทศบาล พัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด ส่งเสริมให้แต่ละจังหวัดจัดทำข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับบริบทของจังหวัดนั้น ๆ จำนวนทั้ง 76 จังหวัด พร้อมทั้งยังขยายผลให้จังหวัดมีการตั้งเป้าหมาย Net Zero GHG Emission

                             ระดับโครงการ: ขับเคลื่อนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) ทั้งในรูปแบบ Standard T-VER และ Premium T-VER เพื่อเป็นกลไกที่สนับสนุนให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยโดยความสมัครใจ และสามารถนำปริมาณการลดการปล่อยและ/หรือดูดกลับก๊าซเรือนกระจก หรือที่เรียกว่าคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นภายใต้โครงการ T-VER นี้ ไปจำหน่ายในตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจได้ และยังก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วม (Co-benefit) ในด้านต่าง ๆ ทั้งยังตอบสนองต่อเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

                             ขับเคลื่อนโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (LESS) และสร้างความตระหนักให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมยกย่องผู้ทำความดีโดยการมอบใบประกาศเกียรติคุณ (Letter of Recognition: LOR) เพื่อให้ผู้ดำเนินกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกได้รับการยอมรับ ทั้งนี้ การประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกของโครงการ LESS เป็นการประเมินเบื้องต้นเพื่อการประกาศเกียรติคุณ ดังนั้นปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จากโครงการ LESS จึงไม่สามารถนำไปซื้อ-ขายได้

                             ระดับองค์กร: ส่งเสริมองค์กรทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคธุรกิจเอกชน ประเมินปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ที่เกิดจากการดำเนินกิจกรรมขององค์กร ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อขอการรับรอง “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร หรือ CFO” ส่งผลให้องค์กรที่ผ่านการรับรองสามารถจำแนกสาเหตุของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีนัยสำคัญและหาแนวทางเพื่อลดขนาดของคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้ จากนั้นองค์กรสามารถต่อยอดทำการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิได้ต่อไป ซึ่งหากทำการชดเชยเพียงบางส่วน จะได้รับการรับรอง “เครื่องหมาย Carbon Offset ประเภทองค์กร” แต่ถ้าทำการชดเชยทั้งหมดให้สุทธิเป็นศูนย์ จะได้รับการรับรอง “เครื่องหมาย Carbon Neutral ประเภทองค์กร” หรือ เครื่องหมาย Net Zero ประเภทองค์กร” ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับกลุ่มประเภทของคาร์บอนเครดิตที่นำมาชดเชยว่ามาจากกลุ่ม Carbon Reduction หรือ Carbon Removal

                             ระดับผลิตภัณฑ์: ส่งเสริมผู้ผลิตสินค้า/ผู้ประกอบการ ประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วย ตลอดวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ และแสดงปริมาณก๊าซเรือนกระจกนั้น หรือเรียกว่า “ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP)” และหากผลิตภัณฑ์นั้นมีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงตามเกณฑ์ที่ อบก. กำหนด จะสามารถขอรับรอง “ฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFR) หรือ ฉลากลดโลกร้อน” เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคทราบข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดประกอบการตัดสินใจ และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทยในการแข่งขันในตลาดโลก

                             ระดับอีเว้นท์: ส่งเสริมหน่วยงาน/ผู้จัดงานอีเว้นท์ต่าง ๆ (การจัดแสดงสินค้า การท่องเที่ยว การจัดประชุมสัมมนา การจัดประชุมนานาชาติ การแข่งขันกีฬา งานดนตรีและคอนเสิร์ต และงานเทศกาลอื่น ๆ) จัดงานในรูปแบบ Carbon Neutral Event หรือ Net Zero Event ด้วยการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการจัดงานทั้งหมด ทั้งในรูปแบบการประเมินและรับรองตนเองผ่าน “แอปพลิเคชัน Zero Carbon” และรูปแบบการให้การรับรองโดยคณะกรรมการอบก. จากนั้นทำการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดให้สุทธิเป็นศูนย์ ด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของการจัดอีเว้นท์ให้สุทธิเป็นศูนย์

                             ระดับบุคคล: ส่งเสริมคนรักษ์โลก/ประชาชนทั่วไป ประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของตัวเอง ผ่าน “แอปพลิเคชั่น Net Zero Man” เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้น และทำการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนให้สุทธิเป็นศูนย์ได้เช่นกัน

                             หากเราไม่เริ่มช่วยกันลดก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง อาจถึงจุดพลิกผันที่โลกอาจไม่มีวันเหมือนเดิม (Climate Tipping Point) หากไม่ลงมือทำอย่างจริงจังพร้อมกันในทุกภาคส่วน เราและโลกจะได้รับผลกระทบจนไม่สามารถอยู่ได้อีกต่อไป

 

ข้อมูลเพิ่มเติมบริการของ TGO --> www.tgo.or.th