icon telephoneCall Center02-141-9790
ค้นหา
icon switch languageภาษา
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
icon line icon youtube icon tiktok icon messenger
banner_list
  • Brown%20and%20Beige%20International%20Civil%20Aviation%20Day%2050

บินอย่างรับผิดชอบ ชดเชยคาร์บอนด้วย Premium T-VER

21 พ.ย. 68

บินอย่างรับผิดชอบ ชดเชยคาร์บอนด้วย Premium T-VER



          แม้การบินจะเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าและการเชื่อมโลกเข้าด้วยกัน แต่เบื้องหลังการเดินทางเหล่านี้กลับทิ้งคาร์บอนฟุตพริ้นท์มากกว่าที่เราคิด และกำลังกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญในการจัดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในศตวรรษนี้

การบินปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่าไร ?

          ข้อมูลจาก Our World in Data (2024) ชี้ว่า ภาคการบินทั่วโลกปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ประมาณ 2.5% ของการปล่อยทั้งหมดของโลก แต่ถ้ารวมผลกระทบทางอ้อมอื่น ๆ เช่น การควบแน่นของไอเสียเครื่องยนต์เครื่องบิน (contrails) จะเพิ่มเป็น ราว 3.5–4% นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 1990 ถึง 2019 แม้เครื่องบินจะมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้นเกือบ 2 เท่า แต่ความต้องการบินก็เพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า จึงทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากการบินเพิ่มขึ้น ถึงสองเท่า ในเวลาเพียง 30 ปี

ทำไมภาคการบินจึงสำคัญต่อวิกฤตโลกร้อน?
          เพราะการบินถือเป็น ภาคการขนส่งที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ยาก (Hard-to-abate sector) เพราะเชื้อเพลิงหลักของเครื่องบินยังคงเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล และเทคโนโลยีใหม่อย่างเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอุตสาหกรรมการบินลงได้ โดยเฉพาะเมื่ออุตสาหกรรมการบินวางแผนจะก้าวเข้าสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี ค.ศ. 2050 ยกตัวอย่าง SAF จากน้ำมันใช้แล้วจากการทำอาหารจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ กว่า 80% เมื่อเปรียบเทียบกับการบินด้วยเชื้อเพลิงการบินในปัจจุบัน ส่งเสริมนวัตกรรมเครื่องบินที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ เช่น Hydrogen/Electric aircraft ซึ่งถือว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทั้งนี้ สัดส่วนของภาคการบินยังคงมีการปล่อยคาร์บอนทั้งหมดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ตัวเลขการปล่อยจริงจะดูไม่มากในวันนี้เมื่อเทียบกับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของทั้งโลก แต่ในอนาคตอาจกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่ต้องเร่งจัดการ

แล้วสายการบินจะ “มีส่วนรับผิดชอบ” ได้อย่างไร?

          1. ลดก่อน ชดเชยทีหลัง (Avoid, Reduce, Improve, Shift, Offset): ปรับปรุงเส้นทางบินและการจัดการจราจรทางอากาศ ลดเที่ยวบินที่ไม่จำเป็น ปรับปรุงเทคโนโลยีและการดำเนินงานที่ลดการใช้เชื้อเพลิง เพิ่มสัดส่วนการใช้ SAF อย่างต่อเนื่อง เป็นต้น แล้วค่อยซื้อคาร์บอนเครดิตมาชดเชย
          2. คำนวณการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการบิน: สายการบินสามารถคำนวนปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์รายปี หรือการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากเที่ยวบินนั้นได้ โดยพิจารณาจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ดำเนินการ ข้อมูลการใช้เชื้อเพลิงแต่ละชนิด (ปริมาณและประเภท) และข้อมูลปริมาณผู้โดยสารและน้ำหนักสินค้า เป็นต้น
          3. ใช้มาตรฐานชดเชยที่เชื่อถือได้ เช่น Premium T-VER ของไทย ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) ได้เห็นชอบให้คาร์บอนเครดิตจากโครงการ Premium T-VER สามารถใช้ชดเชยภายใต้มาตรการชดเชยและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคการบินระหว่างประเทศ (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation: CORSIA) ในช่วงระยะแรกปีค.ศ. 2024-2026 โดยต้องเป็นคาร์บอนเครดิตที่เกิดจากการลดก๊าซเรือนกระจก (Vintage) ในปีค.ศ. 2021-2026 โดยถือว่าเป็นการยกระดับคาร์บอนเครดิตในประเทศไทยเทียบเท่าระดับสากล

Premium T-VER ทางเลือกชดเชยคาร์บอนที่โปร่งใสและยั่งยืน

          Premium T-VER (Thailand Voluntary Emission Reduction) คือ กลไกการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทยขั้นสูง ซึ่งพัฒนามาเพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถ “ใช้คาร์บอนเครดิตที่มีคุณภาพสูง (High Quality Credits) ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” ได้อย่างโปร่งใส น่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับแนวทางภายใต้กลไกข้อ 6 ของความตกลงปารีส

จุดเด่นของ Premium T-VER

          1. หลักเกณฑ์การพัฒนาโครงการสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
          2. คาร์บอนเครดิตที่ได้สามารถตรวจวัดผลได้จริง (real) และมีความถาวร (permanent)
          3. ป้องกันการนับซ้ำ (no double counting)
          4. การพิสูจน์ส่วนเพิ่มเติม (Additionality) ต้องพิสูจน์อย่างเข้มข้น
          5. ต้องประเมิน non-permanence risk และหักเครดิตสำรอง
          6. สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

ทำไมต้องใช้ Premium T-VER แทนมาตรฐานต่างประเทศ?

          1. เป็นกลไก ของไทย ที่น่าเชื่อถือ ผ่านการตรวจสอบและรับรองโดย TGO ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐของประเทศ
          2. คาร์บอนเครดิตที่ได้ สามารถนำไปใช้อย่างสมัครใจหรือใช้กับกลไกภาคบังคับได้
          3. สนับสนุนโครงการที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ช่วยชุมชน เกษตรกร และเศรษฐกิจสีเขียวในประเทศโดยตรง ภาคการบินอาจมีส่วนทำให้โลกร้อนขึ้นเพียง 2.5–4% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก แต่ก็เป็นภาคที่ “เติบโตเร็วและลดลงได้ยาก” การรับผิดชอบด้วยการชดเชยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของตนเอง จึงเป็นเรื่องสำคัญของทุกคน ซึ่งเราไม่สามารถลดทั้งหมด แต่เราเลือกที่จะชดเชยได้ ด้วยการใช้คาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงที่โปร่งใส ตรวจสอบได้อย่าง Premium T-VER ของไทย ที่ไม่เพียงชดเชยคาร์บอนจากการบินของตนเอง แต่ยังมีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการสิ่งแวดล้อมและชุมชนภายในประเทศ และเป็นเที่ยวบินรักษ์โลกอย่างยั่งยืน

อ้างอิง
          • Ritchie, H. (2024). What share of global CO₂ emissions come from aviation? Our World in Data. https://ourworldindata.org/global-aviation-emissions
          • Thailand Greenhouse Gas Management Organization (TGO). Premium T-VER Program Overview. https://ghgreduction.tgo.or.th