เทศกาล Pride Month เป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศและการเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียม แต่ในขณะเดียวกัน การจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ เช่น ขบวนพาเหรด คอนเสิร์ต และงานชุมนุมต่าง ๆ ก็มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ที่เพิ่มขึ้นจากการเดินทาง การใช้พลังงาน และการบริโภคทรัพยากรต่าง ๆ ภายในงานกิจกรรม
ในยุคที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นปัญหาระดับโลก การจัดงาน Pride ที่ช่วยลดโลกร้อนและเป็นมิตรกับสภาพภูมิอากาศจึงกลายเป็นความจำเป็น เพื่อให้การจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง และเหลือปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้น้อยที่สุด ซึ่งงานเทศกาลใหญ่ ๆ มักมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในปริมาณมาก ตัวอย่างเช่น งาน Summerfest ในสหรัฐอเมริกามีการปล่อย CO₂ ประมาณ 827 เมตริกตัน ขณะที่ Coachella ปล่อยประมาณ 662 เมตริกตัน ซึ่งการเดินทางของผู้เข้าร่วมงานถือเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มากที่สุด โดยเฉลี่ยคิดเป็น 58% ของการปล่อยทั้งหมด
ในปัจจุบันผู้ที่จัดกิจกรรมต่าง ๆ ในทั่วโลกได้หันมาใส่ใจเรื่องความยั่งยืน เป็นมิตรกับสภาพภูมิอากาศและลดก๊าซเรือนกระจกกันมากขึ้น มีการจัดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ฟุ่มเฟือย มีการลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นและเปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทนมากยิ่งขึ้น รวมถึงการจัดการของเสียภายในงานอย่างเป็นระบบ สำหรับเดือนมิถุนายนนี้ TGO จึงขอยกตัวอย่างการจัดเทศการ Pride Month ในแต่ละประเทศ ดังนี้
1. Copenhagen Pride: ขบวนพาเหรดไฟฟ้า 100%
ในปี 2023 Copenhagen Pride ซึ่งเป็นเทศกาลสิทธิมนุษยชนประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเดนมาร์ก ได้กลายเป็นงาน Pride แรกของโลกที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในขบวนพาเหรด โดยมีรถบรรทุกไฟฟ้าจำนวน 30 คัน พร้อมระบบเสียงที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีการใช้ถ้วยพลาสติกที่นำกลับมาใช้ใหม่ ห้ามแจกของแถม และยกเลิกการใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซล ซึ่งในปี 2023 สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ 10.1 ตัน
2. Capital Pride (Washington, D.C.): พลังงานหมุนเวียนและการลดพลาสติก
Capital Pride ในกรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ได้ร่วมมือกับบริษัท Arcadia Power เพื่อใช้พลังงานลมในการจัดงานทั้งหมด โดยการซื้อ Renewable Energy Certificate (REC) จำนวน 75,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมงานใช้ขวดน้ำที่เติมได้เอง และลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น หลอดและภาชนะโฟม
3. Dublin Pride: การคำนวณและลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์
Dublin Pride บนเกาะไอแลนด์ ได้ใช้เครื่องมือคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของการจัดงาน ที่องค์กรชื่อ Julie’s Bicycle พัฒนาขึ้น ซึ่งทำให้ทราบว่าแหล่งปล่อย GHG ที่มากที่สุดมาจากการใช้พลังงาน โดยผู้จัดงานได้ใช้การวางแผนการใช้พลังงานอย่างอัจฉริยะ (SMART Power) ซึ่งช่วยให้ Dublin Pride สามารถติดตามความต้องการพลังงานได้อย่างแม่นยำและวางแผนการใช้ได้อย่างเหมาะสมเพื่อกำจัดพลังงานส่วนเกิน ส่งผลให้ลดการใช้พลังงาน ลดการใช้น้ำมันดีเซล และลดปล่อย CO₂ ของเทศกาลได้ถึง 64% และได้ทำการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดงาน เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) อีกด้วย
สำหรับประเทศไทย TGO ได้พัฒนาแอปพลิเคชันในการช่วยคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของงานอีเวนต์และชดเชยคาร์บอน กล่าวคือสามารถ "วัด ลด ชดเชย” ได้ในแอปฯ Zero Carbon โดยผู้จัดงานสามารถเข้าไปดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพื่อคำนวณและจากนั้นผลการคำนวณที่ได้ สามารถต่อยอดเป็น Carbon Neutral Event โดยสนับสนุนให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจก ผ่านทางการซื้อคาร์บอนเครดิตมาชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่าง ๆ ของการจัดงาน เพื่อทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากงานอีเวนต์สุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutral Event) ซึ่งจากข้อมูลของ TGO เฉพาะในปี 2568 มีงานอีเวนต์ที่ทำการชดเชยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว 28 อีเวนต์ คิดเป็นปริมาณคาร์บอนเครดิตที่นำไปชดเชยแล้ว จำนวน 3,774 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
การเฉลิมฉลอง Pride ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในตัวตน แต่ยังเป็นโอกาสในการแสดงความรับผิดชอบต่อโลกที่เราอาศัยอยู่ ด้วยการนำแนวทางที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสภาพภูมิอากาศมาใช้ในการจัดงาน เราสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม การลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในงาน Pride ไม่ใช่เพียงแค่ความท้าทาย แต่เป็นโอกาสในการเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์โลกที่ดีกว่า
แหล่งอ้างอิง:
· องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
· Copenhagen Pride Sustainability Initiatives
· Capital Pride Sustainability Initiatives
· Dublin Pride Carbon Neutral Efforts
· AGF Report on Festival Carbon Footprint
· Payless Power: Carbon Footprint of Music Festivals
· The Ethicalist: Eco-Friendly Festivals