icon telephoneCall Center02-141-9790
ค้นหา
icon switch languageภาษา
ขนาดตัวอักษร
การแสดงผล
icon line icon youtube icon tiktok icon messenger
banner_list
  • Banner%20%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20Cool%20Mode%20700%20x%20700

“CoolMode” เทรนด์แฟชั่น แบบคูล ๆ แถมรักษ์เรา รักษ์โลก

29 ก.ค. 68


                         อุตสาหกรรมแฟชั่น เป็นอีกภาคส่วนที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่าหลายอุตสาหกรรม ทั้งนี้อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม (ไม่รวมรองเท้า) จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 1,700 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือมีสัดส่วนประมาณ 6-8% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ซึ่งมากกว่าการปล่อยจากอุตสาหกรรมการบินและการขนส่งทางเรือรวมกันที่ 2-3% (UNFCCC, 2018)

                         สำหรับประเทศไทยนั้น ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทย จะมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ที่ 4-8% ของทั้งประเทศ ซึ่งใกล้เคียงกับเกณฑ์เฉลี่ยของโลก

                         International Labour Organization (องค์การแรงงานระหว่างประเทศ) รายงานว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมลพิษส่วนใหญ่มาจากกระบวนการย้อมและการตกแต่ง ตามด้วยการเตรียมเส้นด้าย การผลิตเส้นใย และการผลิตผ้า ตามลำดับ โดยยังไม่รวมถึงการขนส่ง แต่คาดการณ์ว่ายังอยู่ในสัดส่วนที่ไม่ถึง 5%

                         ปัจจุบัน เทรนด์และกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การเลือกซื้อเลือกใช้เสื้อผ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและไม่ทำร้ายโลกมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับงานวิจัยของวิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ที่เผยผลวิจัยการตลาดเกี่ยวกับ Voice of Green: เพื่อโลก เพื่อเรา จากการสำรวจกลุ่มเป้าหมาย 1,252 คน พบว่า ผู้บริโภคจำนวน 74% มีโอกาสเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีจำนวนผู้บริโภคถึง 37.6% เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาเฉพาะผลิตภัณฑ์อีโค่เท่านั้น และพร้อมที่จะใช้จ่ายเงินไปกับสินค้าและบริการเพื่อสิ่งแวดล้อม

                         จะดีกว่าไหม? ถ้าผู้ผลิตและผู้ซื้อเสื้อผ้า หันมาเปลี่ยนเทรนแฟชั่นใหม่ ด้วยการใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมแฟชั่น ตัวอย่างเช่น

                         Adidas มีความตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม จึงผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ผ้าที่มีส่วนผสมของโพลีเอสเตอร์ (Polyester) ซึ่งเป็นเส้นใยสังเคราะห์รีไซเคิล 100%

                         Levi’s ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการวางแผนลดปริมาณการใช้น้ำให้ได้ถึง 80% ในขั้นตอนสุดท้ายของการผลิต นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 25% อีกด้วย

                         Arrow อีกแบรนด์ที่ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้สวมใส่ โดยการผลิตเสื้อเชิ้ตที่ได้รับฉลาก CoolMode ที่ผ่านการรับรองจาก TGO ซึ่งใส่แล้วเย็นสบาย ลดอุณหภูมิผิว 1–2 °C ดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องรีด แห้งไว และระบายอากาศดี

                         เสื้อผ้าลดโลกร้อน หรือ CoolMode” เป็นเสื้อผ้าที่ตัดเย็บจากวัสดุหรือโครงสร้างผ้าที่ผ่านการรับรองอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย CoolMode จาก TGO ซึ่งมีคุณสมบัติ 3 ประการ ได้แก่
                         1. ปลอดภัยต่อสุขภาพ/สิ่งแวดล้อม: สีที่ใช้ย้อมปราศจากสารก่อมะเร็ง มีปริมาณฟอร์มาลดีไฮด์ โลหะหนัก และสีเอโซ อยู่ในระดับปลอดภัย
                        2. มีคุณภาพและความคงทน: ต้านแรงดึงขาดสูง ไม่ขาด/ยืดง่าย สีคงทน ไม่ตก ไม่ซีดจาง ทนต่อการซัก แสงแดด และคราบไคล ทำความสะอาดง่าย (เปื้อนสิ่งสกปรกยากกว่าปกติ) ทำให้ใส่ได้นานและไม่ต้องซื้อใหม่บ่อย
                        3. คุณสมบัติการลดความร้อน: สวมใส่เย็นสบาย ระบายอากาศได้ดี ดูดซับเหงื่อและความชื้นได้ดี ทำให้สามารถอยู่ในห้องปรับอากาศอุณหภูมิมากกว่า 25 °C ได้โดยรู้สึกสบาย ไม่ร้อนและอึดอัด ทั้งนี้การปรับเพิ่มอุณภูมิเครื่องปรับอากาศให้สูงขึ้นจากเดิมเพียง 1 องศาเซลเซียส จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถลดค่าใช้จ่ายในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 15,000 ล้านบาท และสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงานได้ถึง 3,000,0000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี

                         “เสื้อเบอร์ 5” ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ได้นำเกณฑ์คุณสมบัติของ CoolMode คือ ความปลอดภัย การลดความร้อน คุณภาพและความคงทัน และเพิ่มเติมด้านความเรียบ จึงทำให้มีคุณสมบัติเย็นสบายเมื่อสวมใส่และไม่จำเป็นต้องรีดหลังจากซัก ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากการปรับอากาศและการรีด

                         ดังนั้นหากต้องการมีส่วนร่วมในการลดภาวะโลกเดือด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิตกระแสไฟฟ้า “ผู้ผลิต/ผู้ประกอบการเสื้อผ้า” สามารถเลือกใช้ผ้าจากโรงงานที่ได้รับการรับรองฉลาก CoolMode ในการผลิต และ “ผู้ซื้อ/หน่วยงานต่าง ๆ” ก็สามารถเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ติดฉลาก CoolMode หรือ เสื้อเบอร์ 5 ได้เช่นกัน

                         อีกทางหนึ่ง หากหน่วยงานรัฐ ต้องการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ จัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement) โดยคำนึงถึงความเหมาะสมทางด้านคุณภาพ ราคา และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตและบริการ เสื้อผ้าที่ได้ฉลาก CoolMode จึงเป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ผ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และถูกบรรจุเข้าสู่รายการสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ ซึ่งหน่วยงานรัฐสามารถเลือกและดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้โดยตรง ไม่ต้องเปรียบเทียบราคาอีกด้วย

                         เห็นอย่างนี้แล้ว แบรนด์ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและแฟชั่นต้องเริ่มคิดและหันมาคำนึงถึงการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อโลกอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่เพียงผิวเผิน เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสนใจกับผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิตเติบโตมากขึ้นทุกวัน

                         อีกทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคควรปรับเปลี่ยนความคิดที่ว่า เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มไม่ได้เป็นแค่ปัจจัยสี่ ที่มีไว้แค่สวมใส่ปกปิดร่างกาย ป้องกันความหนาวและความร้อนเท่านั้น แต่ยังมีส่วนในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดโลกเดือด และช่วยรักษาโลกใบนี้ให้น่าอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

 

ข้อมูลเพิ่มเติม ฉลาก CoolMode

https://thaicarbonlabel.tgo.or.th/index.php?lang=TH&mod=WTI5dmJHMXZaR1ZmYVhNPQ

 

ที่มา/แหล่งข้อมูล/ข้อมูลเพิ่มเติม

 - https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-social-media/Pages/FastFashion-CIS3503-FB-06-06-2024.aspx

 - https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%9F%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B9%8C/222006

  - https://bds.sme.go.th/Service/Detail/106