ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้กลายเป็นวิกฤตระดับโลกที่ทุกภาคส่วนไม่อาจมองข้าม การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจึงกลายเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน ไม่ใช่แค่หน้าที่ของภาครัฐอีกต่อไป หนึ่งในแนวทางสำคัญที่ได้รับความสนใจมากขึ้นคือการใช้ธรรมชาติเป็นเครื่องมือในการดูดซับคาร์บอน (Nature-based Solutions) โดยเฉพาะ “ป่าไม้” ซึ่งมีศักยภาพสูงในการกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงการป่าไม้ให้กลายเป็นแหล่งคาร์บอนเครดิตที่น่าเชื่อถือ จำเป็นต้องมีระบบติดตาม ตรวจวัด และรายงานผล (MRV) ที่แม่นยำ โปร่งใส และเป็นไปตามมาตรฐานสากล นี่คือที่มาของ Smart Forest Platform โดย บริษัท วรุณา (ประเทศไทย) จำกัด
ในอดีต การติดตามสถานะของพื้นที่ป่ามักต้องอาศัยการลงพื้นที่ ซึ่งสิ้นเปลืองทั้งเวลาและทรัพยากร แต่ในยุคดิจิทัล เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมควบคู่กับ Machine Learning ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการพื้นที่สีเขียว Smart Forest Platform นำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์และแสดงผลในรูปแบบเข้าใจง่าย เช่น ความสมบูรณ์ของป่า ความเสื่อมโทรม การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน การจำแนกชั้นภูมิ และการคำนวณคาร์บอนที่กักเก็บได้ พร้อมระบบแจ้งเตือนจุดความร้อนและความเสี่ยงของการบุกรุกพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการติดตามผลโครงการในระยะยาว
หนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการขึ้นทะเบียนโครงการคาร์บอนเครดิตคือกระบวนการวัดต้นไม้และคำนวณคาร์บอน Smart Forest Platform จึงได้พัฒนาโมเดลประเมินศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนของป่าไม้ โดยใช้ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลทางนิเวศวิทยา และแบบจำลองทางชีวมวล (Biomass model) ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. แล้ว ในป่า 3 ประเภท ได้แก่ ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และสวนป่ายางพารา ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการขยายแบบจำลองไปยังป่าอื่น ๆ เช่น ป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าสนเขา ป่าชายเลน และป่าพรุ เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจก
จุดแข็งของแพลตฟอร์มนี้คือความสามารถในการใช้ประเมินย้อนหลังตั้งแต่ปี ค.ศ. 2020 และใช้ได้กับพื้นที่ขนาดเล็กอย่างน้อย 50x50 เมตร (หรือประมาณ 1.5 ไร่) อีกทั้งยังสามารถนำข้อมูลที่ได้มาใช้ประกอบเอกสารสำคัญ เช่น เอกสารออกแบบโครงการ (PDD), ระบบ MRV, และช่วยให้กระบวนการขึ้นทะเบียนและรับรองคาร์บอนเครดิตภายใต้กลไก T-VER มีความน่าเชื่อถือและคุณภาพสูงยิ่งขึ้น
Smart Forest Platform จึงไม่ใช่แค่ระบบไอที แต่คือพลังสนับสนุนภาคป่าไม้และชุมชนอย่างแท้จริง โดยไม่ได้มาแทนที่คนในพื้นที่ แต่ช่วยเสริมให้การตัดสินใจ การติดตาม และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบโจทย์ความท้าทายของยุคสมัยใหม่