
กรมอุตุนิยมวิทยาสหราชอาณาจักร ได้คาดการณ์ว่าปีหน้าอากาศจะอุ่นขึ้นและจะเป็นหนึ่งในปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยการคาดการณ์ระบุว่าเป็นเวลากว่า 10 ปีติดต่อกันแล้วที่อุณหภูมิโลกสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างน้อย 1 องศาเซลเซียส รัฐบาลทั่วโลกให้คำมั่นสัญญาว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส เพื่อหลีกเลี่ยงหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัจจุบันโลกร้อนขึ้น 1.1 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม ปี ค.ศ. 1750-1900 เมื่อมนุษย์เริ่มเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลและปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นจำนวนมากขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ
มีการคาดการณ์ว่าในปี 2023 จะมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนยุคอุตสาหกรรมอยู่ 1.08 ถึง 1.32 องศาเซลเซียส ปีที่มีอุณหภูมิร้อนที่สุดตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกในปี 1850 คือปี 2016 แต่ในช่วง 3 ปี ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศรูปแบบอื่นที่เรียกว่า ลานีญาทำให้อุณหภูมิโดยรวมของทั่วโลกเย็นลง ซึ่งผลกระทบจากลานีญาถูกคาดการณ์ว่าจะยุติลง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอากาศที่ร้อนขึ้นในบางส่วนของมหาสมุทรแปซิฟิก และทำให้อุณหภูมิโลกร้อนขึ้นกว่าปี 2022 แต่ยังคงมีบางส่วนของโลกที่ร้อนขึ้นเร็วกว่าอัตราค่าเฉลี่ยเช่น บริเวณขั้วโลกเหนือ
Richard Allam ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ ภูมิอากาศแห่งมหาวิทยาลัย รีดดิ้ง กล่าวว่าเมื่อผลกระทบจากลานีญาจบลงจะเป็นการเร่งอุณหภูมิของโลกให้ร้อนขึ้นพร้อมกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงจนกว่าจะมีนโยบายบังคับใช้ เพื่อให้บรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เราสามารถคาดการณ์ว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรงต่อมนุษย์และธรรมชาติ รวมไปถึงความแห้งแล้งที่มากขึ้น การแปรสภาพเป็นทะเลทราย และอากาศเจ็บป่วยที่เกิดจากความร้อน
ที่มา: https://www.bbc.com/news/science-environment-64032458